ตำรวจไซเบอร์ แฉ
พฤติกรรมของมิจฉาชีพออนไลน์ คดีที่ติด
TOP
อันดับ
คือ
คดีหลอกให้ลงทุนออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ![]()
รูปแบบที่หลอกให้ลงทุนมากที่สุด โดยสื่อออนไลน์ที่คนร้ายใช้ประกาศ/โฆษณา มากที่สุด คือ Facebook ,Google หรือคนร้ายจะติดต่อเหยื่อโดยตรงผ่าน Line,Facebook ![]()
ลงทุนเทรดหุ้น,เหรียญ,ฟอเรกซ์
ลงทุนผลิตสินค้า
วิธีการของคนร้ายในการหลอกลงทุน
ทฤษฎีตกปลา
ตอนลงทุนน้อย จะได้ผลตอบแทน แต่พอลงทุนเยอะ สมาชิกเยอะก็จะปิดหนี
คนร้ายจะสร้าง STORY เพื่อความน่าเชื่อถือ มี 3 กลุ่ม ที่คนร้ายมักอ้างหลอกชักชวนให้ร่วมลงทุน
– กลุ่มที่ 1 สินค้า เช่น สต๊อกถั่วเขียว ,ข้าว ปล่อยขายต่อ สมุนไพร (อาจมีสินค้าอยู่จริงแต่ด้วยคุณภาพ) ราคาสมุนไพรอาจจะหลักร้อย แต่ไปปล่อยแม่ทีมในราคาหลักพัน บางคนซื้อเป็นหลักแสน เพื่อไปปล่อยต่อสมาชิก แต่สินค้าไม่มีคุณภาพ
– กลุ่มที่ 2 สินทรัพย์ต่างๆ เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, สลากกินแบ่งรัฐบาล, ลงทุนในเหรียญดิจิทัล/เหมืองขุด
หรือ เก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน(Forex)
– กลุ่มที่ 3 ด้านบริการคนร้ายหลอกว่ามีกำไรมาก ชักชวนให้มาร่วมลงทุน เช่น อ้างมีธุรกิจความงาม,
ธุรกิจนำเที่ยว
มักอาจคนมีชื่อเสียง หรือสถาบันการเงินให้การสนับสนุน เช่น นำรูปผู้บริหาร CP มาหลอกให้ร่วมลงทุน มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อหลายราย
![]()
ข้อควรสังเกต
ถ้าผลตอบแทนที่สูงมาก พร้อมรับประกันรายได้ เช่น 5-20 % ต่อเดือน มักอ้างว่ามีระบบ AI ทำระบบอาร์บิทราจ
(Arbitrage) ในการแลกเปลี่ยนเงินตรา คริปโตเคอเรนซี่ ได้กำไรแน่นอนทุกเดือน กรณีแบบนี้เป็น การหลอกลวง 100% ค่ะ
จุดสังเกต ตรวจสอบไม่ได้ คือ ไม่มีที่ทำการ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน(02…) ไม่ได้จะทะเบียนบริษัท หรือจดทะเบียนบริษัท แต่งบดุลตรวจสอบไม่ได้ หรือเข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่า ปีนึง กำไร 10,000 กว่าบาท แต่มาชักชัวนคนลงทุน เป็นแสน ล้าน แบบนี้เข้าค่ายหลอกลวง ถ้ามีชื่อบริษัทให้เข้าไปตรวจสอบงบดุลก่อนนะคะ หรือ ไม่ทราบว่าเงินที่เราลงทุนไป เอาไปทำอะไรบ้าง
ใช้บัญชีรับโอนเป็นของบุคคลธรรมดา (ส่วนใหญ่เป็นบัญชีม้า)
วิธีการป้องกันตัวเอง ไม่ให้ถูกหลอกก่อนลงทุน
ต้องศึกษาอย่างจริงจังก่อนลงทุน และตรวจสอบกับ ก.ล.ต.ผ่านแอปฯ SEC Check First ก่อนลงทุน